ถือว่าเราเป็นหนอนหนังสือเล็กๆตัวนึง จำได้ว่าเริ่มอ่านหนังสือเล่มแรกเป็นการ์ตูนโดเรมอน แทบจะทุกคนที่อ่านหนังสือการ์ตูนมักเริ่มด้วยการอ่านโดเรมอน
ชีวติเราวันนึงๆ ถ้าไม่มีทีวี ไม่มีวิทยุ อยู่ได้ แต่ถ้าไม่มีหนังสือเหมือนจะขาดใจ
ตอน เรียนมหาลัยตลอดสี่ปี ในห้องไม่เคยมีทีวีเลย มีแต่วิทยุเล็กๆ ไว้แก้เหงา ชีวิตดำรงอยู่ได้โดยการอ่านหนังสือ โชคดีที่เพื่อนที่อยู่ด้วยกันเป็นหนอนหนังสือเหมือนกัน ทุกเย็นวันศุกร์เราจะเ้ข้าร้านหนังสือเพ่อไปยืมหนังสือ คนนึงประมาณ 3 เล่ม พรุ่งนี้ก้เอาไปคืนแล้ว อ่านสามเล่มหมดในคืนเดียว พอกลับเข้าห้องต่างคนต่าง
จ้องอยู่กับหนังสือของตัวเอง
เราจึงภูมิใจนำเสนอหนังสือของเราก่อนที่หนังสือเหล่านี้จะโดนโละไปอยู่ในลัง

เริ่มต้นด้วยโดเรมอน แต่มีช่วงนึง โดเรมอนขาดตลาดจึงไม่มีขาย เราจึงต้องหันไปพึ่งการ์ตูนที่ใครๆ
ก็ว่าทะลึ่ง แต่สำหรับเราแล้ว ถ้าอ่านโดยไม่เอาความทะลึ่ง ถือว่าเป็นการ์ตูนที่น่ารักพอสมควร
ในด้านความรักของครอบครัว ขอย้ำ อ่านแล้วอย่าคืดมาก

ต่อมา โคนัน อ่านตอนสมัยมัธยม เพื่อในห้องฮิตมาก ใครซื้อมาอ่านต้องขอต่อคิวยาว
แต่เราไม่ง้อพวกมันหรอก เราก็ซื้อของเราอ่านสิ แต่การ์ตูนนี้อ่านแล้วเสียดายเงินเพราะอ่านครั้งเดียว
ตื่นเต้นแค่ครั้งเดียว พออ่านรอบต่อไป ก็ไม่สนุกแล้วเพราะรู้ตัวฆาตรกรหมดแล้ว

เริ่ม ม. ปลาย เริ่มบ้านักร้องต่างประเทศซะแล้ว แบบว่าอยากรู้ทุกฝีเก้า เลย ตอนนั้นฉันบ้า วง NSYNC
Britney BSB M2M the moffatts เลยต้องอ่านข่าวให้รู้ตลอดว่าตอนนี้นักร้องนี้ออกอัลบั้มยัง
เป็นแฟนกะใคร มีข่าวอะไร ฉันซื้อมาเรื่องตั้งแต่ ม. 4 จนถึง ม. 6 แต่ตอนนี้ส่วนหนึ่งได้ลงไป
อยู่ในลังเรียบร้อยแล้วจึงมีแค่เท่าที่เห็น เกือบยี่สิบฉบับได้ล่ะ อันนี้ฉันเอามาอ่านข่าวของ britneyน่ะ
เล่มนี้เลยรอดจากการลงลัง

ตอนนั้น F4 กำลังดัง เลยรำลึกความหลังโดยการซื้อมาอ่านหลังจากละครจบภาคแรกไปแล้ว
อ่านทีไรอยากเป้น ซันไช่ จัง

เรื่องนี้ 3 เล่มจบ อ่านเรื่องนี้ได้เพราะตอนนั้นทาง ไอทีวี (ชื่อในตอนนั้น) เอาซีรีย์เรื่อง ริงคำสาปมรณะมาฉาย ฉันก็ติดตามแต่ต้นล่ะ แต่สัญญาณดันมาเสียใกล้ๆจบ ก็เลยแห้ว พอมีหนังสือมาอยากรู้ตอนจบ
เลยต้องซื้อมาอ่าน ว่าด้วยเรื่องของวีดีโอเทปที่ใครเผลอไปดูแล้วจะเสียชีวิตภายใน 7 วัน แต่ละคนต้องหา
ทางแก้คำสาบเอง จนนักข่าวคนนึงไปดูเข้า เขาไม่อยากตายจึงต้องสืบเสาะความหมายในวิดีโอนั้น
ว่ามันหมายความว่าอย่างไร และหาทางแก้คำสาปเพราะเมียและลูกเขาได้เผลอดูไปแล้ว
การ ดำเนินเรื่องตามสไตล์ญี่ปุ่น มันไม่ได้กลัวเพร าะเรื่องแต่เป็นความกลัวที่เราสร้างขึ้นมาเอง เนื้อเรื่องดำเนินช้าๆแต่น่าติดตามวางไม่ลง และมันก็จบลงที่ยังเป็นปริศนา มีแต่เล่มสอง คือ สไปรัล เล่มนี้มีการ
ใช้ศัพท์ทางวิทยาศาสตร์มาก และมีเรื่องวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ใครไม่คุ้นคงงงหน่อยแต่เรื่องน่าติดตามกว่าเล่มแรก สุดท้ายก็ทิ้งปริศนาอยู่ดี ต่อด้วยเล่มสาม ลูป เล่มนี้จบแน่นอน เฉลยทุกเรื่อง
ตั้งแต่ภาคหนึ่ง และ สาม เมื่ออ่านจบแล้ ว ต้องอุทานว่ า มันอย่างนี้นี่เอง
เรื่องนี้เรียกว่า ชนโรง ซื้อตอนหนังเรื่องนี้มาฉาย ไม่อยากจะไปดูในโรงหนัง แต่อยากรู้เรื่องฆาตกรคนนี้
ยอมควักตังค์หลายบาทมาก ซื้อเล่มนี้มาอ่าน ขนาดอ่านหนังสือ ยังเห็นภาพของฆาตกรคนนี้ที่ฆ่า
คนอย่างพิสดาร ถ้าดูหนังนี้มันจะเสียวขนาดไหนเนี่ย

หนังสือภาษาอังกฤษเล่มที่สองที่อ่าน ต่อจาก Great Expectation เพราะต้องเรียนเลยต้องจำใจอ่าน
เพียงอ่านคำนำด้านหลังก็น่าสนใจแล้ว you are walking through the streets of London
It is getting dark and you want to get home quickly .............. because .......
ต้องไปอ่านเอง คำง่ายๆอ่านแล้วเข้าใจ ลืมบอกชื่อไป DR.Jekyll and MR. Hyde

เรียน มหาลัยเริ่มเปลี่ยนแนวไปอ่านหนังสือพวกข้อคิด พวกความรัก (^-^) แต่เป็นหนังสือให้ข้อคิดเกี่ยวกับความรักมากกว่า เวลาอ่านแล้วเจอประโยคเด็ดๆก้จะ เขียนคัดในไดอารี่ เราคิดว่าหนังสือพวกนี้ช่วยให้เรามองโลกในแง่ดีมากขึ้น ไม่ฟูมฟายกับความรัก ไม่เห็นว่าความรักเป็นเรื่องใหญ่
ไม่ต้องทุ่มเทกับความรักมาก อะไรล่ะนึกไม่ออก